ตึกชาโต้ ปราสาททรงยุโรป

   
  เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2550  ดิฉันได้มีโอกาสไปศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี  เพื่อชมความงามของตึกชาโต้ 
ตึกที่บันทึกประวัติศาสตร์อันสวยงามทางการทหาร และรูปทรงที่แปลกตากว่าตึกอื่นๆ
  ระหว่างทางที่ขึ้นไปบนเส้นทางอันร่มรื่น เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ บ้างสีขาว บ้างสีเหลือง ละลานตา ต้นไม้
ทุกต้นสมบูรณ์ และบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของผู้ดูแล  ทางขึ้นเป็นถนนลาดยางซึ่งสามารถขับรถยนต์ขึ้นไปได้อย่างสบายๆ
บนเชิงเขาน้ำโจน  ตำบลเขาพระงาม  อำเภอเมืองลพบุรี  เมื่อสุดทางจะเห็นตึกชาโต้ หรือมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า  ตึก
บัญชาการบนเขาน้ำโจน

       

ตึกชาโต้มีประวัติโดยย่อ  ดังนี้
  ปีพุทธศักราช 2487 ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ต้องการพัฒนาเมืองลพบุรีให้เป็นฐานหรือศูนย์ส่งกำลัง
บำรุงทางทหารในภูมิภาคนี้ จึงได้ ดำริให้จัดสร้างตึกชาโต้ขึ้นเป็นกองบัญชาการยุทธ์ (ชาโต้ แปลว่า ปราสาท) เนื่องจากในช่วงนั้น
ประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะสงครามมหาเอเชียบูรพา ตึกชาโต้มีลักษณะคล้ายป้อมปราการ สร้างด้วยหิน ล้วนๆ กำแพงตึกหนา
ประมาณ 1-2 เมตร มีหลุม หลบภัยใต้ดิน ซึ่งมีอุโมงค์เล็ดลอดลงไปยังเชิงเขาได้ ตึกชาโต้นี้ใช้เป็นกองบัญชาการยุทธ์ในสมัย
ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม  ต่อมาก็ใช้เป็นสถานที่ฝึก สอนผู้ตรวจการณ์หน้าของโรงเรียนทหารปืนใหญ่ จนกระทั่งในช่วง
ปีพุทธศักราช 2495-2514  จึงใช้เป็นที่พักรับรองของที่ปรึกษาทางทหาร สหรัฐอเมริกา และในปีพุทธศักราช 2528 ได้
ดำเนินการซ่อมแซมเพื่อให้เป็นแหล่งสำหรับศึกษา ค้นคว้าทางด้านประวัติศาสตร์ที่สำคัญและที่พักรับรองบุคคลสำคัญของประเทศ
ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง และผู้มีเกียรติชาวต่างประเทศ
 

ตึกชาโต้นี้มีลักษณะพิเศษ คือ สร้างด้วยหินอ่อนล้วนๆ  เป็นศิลปกรรมแบบฝรั่งเศส  มีลักษณะเป็นป้อมปราการ

มีโครงสร้างที่แข็งแรง  กำแพงตึกหน้า 12 เมตร  ตั้งอยู่บนเนินทางทหาร  มีลักษณะการซ่อนพรางที่ดีสามารถป้องกันอาวุธ
ยิงเล็งตรงและยากลำบากต่อการใช้อาวุธเล็งจำลองยิง  นอกจากนี้ยังมีหลุมหลบภัยใต้ดิน  ซึ่งมีผู้กล่าวว่า  มีเส้นทางลับเล็ดลอดลง
มายังเชิงเขาได้ 
  สถาปนิกผู้ออกแบบ คือ พลตรี อุทัย วงศ์วีรเดช หัวหน้าแผนกปืนใหญ่ กรมเสนาธิการทหารบก ในขณะนั้น
  ผู้รับเหมาก่อสร้างที่บูรณะ คือ พลตรี ศิรินทร์ ธูปกล่ำ ผู้บัญชาการศูนย์การ ทหารปืนใหญ่ ในขณะนั้น
  การใช้สอยในอดีต
        1. เป็นกองบัญชาการยุทธ์
        2. เป็นสถานที่ฝึกสอนผู้ตรวจการณ์หน้าให้กับ หลักสูตรต่าง ๆ ของโรงเรียนทหารปืนใหญ่
 

การใช้สอยในปัจจุบัน         

        1. สถานที่ทัศนศึกษาของนิสิต นักศึกษา และ ประชาชนทั่วไป     
        2. บ้านพักรับรองบุคคลสำคัญของประเทศ ผู้บังคับ บัญชาชั้นสูง และผู้มีเกียรติชาวต่างประเทศ
  จากหลักฐานดังกล่าวจึงสรุปได้ว่า  ตึกหลังนี้สร้างขึ้นโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นที่ตรวจการณ์ในการฝึกสอน
วิชาตรวจการณ์  ในหลักสูตรการฝึก/ศึกษาของโรงเรียนทหารปืนใหญ่  และเป็นบ้านรับรองบุคคลสำคัญและผู้บังคับบัญชาชั้นสูง
  บริเวณโดยรอบสะอาดตา เนื่องจากมีทหารดูแลอยู่ตลอด ด้านหน้าของตึกมีต้นโพธิ์ซึ่ง ท่านผู้หญิงละเอียด
พิบูลสงคราม, พลเรือโท ประสงค์ พิบูลสงคราม และพลตรี อนันต์ พิบูลสงคราม เป็นผู้ปลูกไว้ด้านหน้าตึก  เดินไปอีกนิดจะมี
จุดชมวิว ซึ่งเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้เป็นอย่างดีทีเดียว
  หลังจากที่ดิฉันพักเหนื่อย ชมวิวสบายอารมณ์แล้ว  ได้เดินขึ้นไปชมรอบๆ ของตึก  มีห้องหลายห้อง ด้านในมีรูป
จอมพล ป. พิบูลสงคราม และข้าวของเครื่องใช้ของท่าน  สักพักเดินไปด้านหลังบรรยากาศดีมากๆ มีต้นไม้หลากหลาย ด้านหลัง
จะดูแปลกตาและดูหรูหรากว่าด้านหน้า (ในความคิดของดิฉัน) ตึกมีลักษณะรูปทรงที่สะดุดตา มีทางเดินขึ้นไปด้านบน จากจุดนี้
ดิฉันสามารถมองเห็นวิวได้อีกมุมหนึ่ง ที่สำคัญ ดิฉันมองเห็นหลวงพ่อพระงาม วัดเขาพระงามหรือวัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร
ได้อย่างชัดเจน แต่ต้องแสดงความเสียใจกับผู้อ่านด้วยนะคะ ที่ไม่มีรูปมาฝากเนื่องจากถ่ายจากกล้องโทรศัพท์ภาพไม่ชัด
แต่สัญญาว่าโอกาสหน้าจะเก็บมาฝากแน่นอนค่ะ 
                  ถ้าท่านมีโอกาสแวะเวียนไปแถวนั้น ลองเข้าไปเยือนนะคะ อยู่ข้างในศูนย์การทหารปืนใหญ่เลยค่ะ  เข้าไปแล้ว
ไม่ทราบเส้นทาง ลองถามเจ้าถิ่นดูนะคะ เผื่อว่าจะได้ไกด์นำเที่ยวแถมมาด้วย

ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2550

ทางขึ้นตึกชาโต้ ด้านหน้าของตึกชาโต้
จุดชมวิว มีม้านั่งสำหรับชมวิว อากาศดีมากๆ
มุมด้านข้าง แปลกตาและงดงาม ด้านใน
ด้านหลัง
ด้านหลัง วิวจากด้านข้างของตึก มุมขวาของตึก
     
   
  ระหว่างทางขึ้น-ลง