กิจกรรมหลักด้านโลจิสติกส์

                กิจกรรมหลักด้านโลจิสติกส์  มีทั้งหมด  13  กิจกรรมด้วยกัน  โดยสามารถแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม  คือกลุ่มที่เป็นกิจกรรมหลักขององค์กรและกลุ่มที่เป็นกิจกรรมสนับสนุนการทำงานขององค์กร  กิจกรรมซึ่งถือเป็นกิจกรรมหลักขององค์กรประกอบด้วยกิจกรรมหลัก  8  กิจกรรม  ส่วนที่เหลืออีก  5  กิจกรรม  ถือเป็นกิจกรรมที่สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กร  ดังรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.     การบริการลูกค้า  (  Customer  Service )  เป็นกิจกรรมที่องค์กรพยายามตอบสนองความต้องการของลูกค้า  ซึ่งจะทำได้ดีเพียงใดต้องขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของกิจกรรมโลจิสติกส์อื่น ๆ  เข้ามาประกอบ  โดยเฉพาะการส่งมอบสินค้าที่ตรงเวลาและครบตามจำนวน

2.     การดำเนินการตามคำสั่งซื้อของลูกค้า  ( Order  Processing )  เป็นกิจกรรมที่จะต้องพยายามดำเนินการให้รวดเร็วที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า  ในปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่มักนำระบบคอมพิวเตอร์และการจัดการธุรกิจเชิงอิเล็คทรอนิคส์เข้ามาช่วย  เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว

3.     การคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า  ( Demand  Forecasting  )  เป็นการคาดการณ์ความต้องการในตัวสินค้าหรือการบริการลูกค้าในอนาคต  ซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญในการที่จะสร้างผลกำไรหรือทำให้บริษัทขาดทุนในการดำเนินการ  การคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าล่วงหน้า  จะช่วยให้บริษัทสามารถกำหนดทิศทางในการดำเนินงานว่าจะผลิตสินค้าจำนวนเท่าไร  หรือเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์มากน้อยเพียงใด  หากการคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าผิดพลาด  ก็จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลประกอบการของบริษัท  จากการที่ไม่มีสินค้าให้ลูกค้า  หรือในทางตรงกันข้ามอาจมีสินค้าในคลังสินค้ามากเกินไป

4.     การบริหารสินค้าคงคลัง  ( Inventory  Management )  เป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่ง  เนื่องจากปริมาณสินค้าคงคลังที่มีอยู่ย่อมส่งผลต่อองค์กรไม่ทางใดก็ทางหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเงินทุน  องค์กรที่มีระดับปริมาณสินค้าคงคลังที่สูงย่อมสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี  แต่ในขณะเดียวกันปริมาณสินค้าที่มาก  ก็ส่งผลให้องค์กรเกิดค่าเสียโอกาสด้านการนำเงินทุนไปหมุนเวียน  เสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้า  ดังนั้นองค์กรจะต้องคำนึงถึงระดับของสินค้าคงคลังที่เหมาะสมที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้  เพื่อที่จะสามารถลดต้นทุนต่าง ๆ

5.     กิจกรรมการขนส่ง  ( Transportation)  ครอบคลุมถึงทุกกิจกรรมที่เป็นการเคลื่อนย้ายตัวสินค้าจากจุดกำเนิดไปยังจุดที่มีการบริโภคให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด  โดยจะต้องจัดส่งสินค้าถูกต้องครบจำนวนในสภาพที่สมบูรณ์  และตรงเวลาที่กำหนด  ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าในมุมมองของคนทั่วไป  การขนส่งเป็นกิจกรรมโลจิสติกส์ที่มีบทบาทชัดเจนที่สุด

6.     การบริหารคลังสินค้า  ( Warehousing  and  Storage ) เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคลังสินค้า  อาทิ  การจัดเก็บสินค้า  การจัดการพื้นที่ในคลังสินค้า  อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ  ที่จำเป็นในการดำเนินกิจกรรมภายในคลังสินค้า  ซึ่งในปัจจุบันกิจกรรมการบริหารคลังสินนับเป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้าอีกทางหนึ่งด้วย

7.     Reverse  Logistics  คือกระบวนการจัดการสินค้าที่ถูกส่งกลับคืน  ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่เสียหาย  หมดอายุการใช้งาน  เป็นต้น

8.     การจัดซื้อ  ( Purchasing)  เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ  จัดหาวัตถุดิบและบริการทั้งในส่วนของการเลือกผู้จำหน่ายวัตถุดิบ  กำหนดช่วงเวลาและปริมาณในการสั่งซื้อ  และสร้างความสัมพันธ์กับผู้จำหน่ายวัตถุดิบ

9.     การจัดเตรียมอะไหล่และชิ้นส่วนต่าง ๆ  ( Part  and  Service  Support )  นับเป็นความรับผิดชอบต่อสินค้าหลังการขาย  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง  ของบริการหลังการขายที่บริษัทให้กับลูกค้า  โดยการจัดหาชิ้นส่วน  อะไหล่  และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ  เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการให้บริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพแก่ลูกค้าในกรณีที่สินค้าเกิดความชำรุด  ความรับผิดชอบต่อสินค้าหลังการขายเป็นการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า  ซึ่งจะส่งผลระยะยาวต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในอนาคต  เกิดความรู้สึกที่ดีกับยี่ห้อสินค้า  ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่ากิจกรรมนี้มีส่วนช่วยให้บริษัทสามารถดำรงความสัมพันธภาพระยะยาวกับลูกค้าไว้ได้

10. การเลือกที่ตั้งโรงงานและคลังสินค้า  (Plant  and  Warehouse  Site  Selection) การเลือกที่ตั้งโรงงานของโรงงานและคลังสินค้าจะต้องให้ความสำคัญกับความใกล้ – ไกลของแหล่งวัตถุดิบและลูกค้า  เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงและเกี่ยวข้องกับระยะทางการขนส่ง  รวมถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วย

11.  Material  Handling   เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้าย  วัตถุดิบ  และสินค้าคงคลังในระหว่างการผลิต  รวมถึงการขนย้ายตัวสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้ว  ภายในโรงงานหรือคลังสินค้า  วัตถุประสงค์ของการจัดการด้าน  คือเพื่อ

-         ลดระยะทางการเคลื่อนย้ายให้ได้มากที่สุด

-         ลดจำนวน

-         แก้ไขกระบวนการที่เป็นคอขวดให้มีการไหลได้ดีขึ้น

-         ลดการขนถ่ายให้มากที่สุดเพื่อการประหยัดแรงงานและค่าใช้จ่าย

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวองค์กรต้องการพยายามลดจำนวนการเคลื่อนย้ายวัตถุต่าง ๆ  ให้มากที่สุด  เนื่องจากทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย จะมีต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนย้ายวัตถุต่าง ๆ    ดังนั้นหากสามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านนี้ก็จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นลดลงด้วย

12. บรรจุภัณฑ์  (Packaing)  ในด้านการตลาดนั้น  บรรจุภัณฑ์ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงลักษณะภายนอกของสินค้า  ซึ่งจะต้องสามารถดึงผู้บริโภคให้สนใจในตัวสินค้า  แต่ทางด้านโลจิสติกส์  บรรจุภัณฑ์จะมีบทบาทสำคัญต่างออกไปจากด้านการตลาด  โดยประการแรก  บรรจุภัณฑ์จะเป็นสิ่งที่ปกป้องตัวผลิตภัณฑ์ไม่ให้เกิดความเสียหายในขณะที่มีการเคลื่อนย้าย  ประการที่สอง  บรรจุภัณฑ์ที่ดีจะช่วยให้กระบวนการเคลื่อนย้ายและเก็บรักษาสินค้ามีความสะดวกมากขึ้น

13. การติดต่อสื่อสารทางด้านโลจิสติกส์  ( Logistics  Communications) การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพภายในองค์กร  ถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กร  การแลกเปลี่ยนข้อมูล  และการตัดสินใจต่าง ๆ  สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น  การสื่อสารที่ประสิทธิภาพขององค์กรควรจะมีลักษณะดังนี้

-         มีการสื่อสารระหว่างองค์กร  ซัพพลายเออร์  และลูกค้า

-         มีการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายในองค์กรโดยเฉพาะฝ่ายการบัญชี  การตลาด  ฝ่ายผลิต

-         มีการสื่อสารระหว่างกิจกรรมโลจิสติกส์ทั้ง  13  กิจกรรม

-         มีการสื่อสารกันในหน่วยงานย่อย  เช่นฝ่ายขายกับฝ่ายบริการลูกค้าในฝ่ายการตลาด

-         มีการสื่อสารระหว่างสมาชิกในระบบโซ่อุปทานที่ไม่ได้มีการติดต่อกับองค์กรโดยตรง  เช่น  ซัพพลายเออร์รายแรกสุดในโซ่อุปทาน

 

กิจกรรมหลักทางโลจิสติกส์ทั้ง  13  กิจกรรม  อาจนำมาจัดเป็นกลุ่มได้  5  กลุ่ม  คือกิจกรรมทางด้านการบริหารจัดการการผลิต  การตลาดและการบริการลูกค้า  การจัดหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่าง ๆ  การกระจายสินค้าและการจัดการสินค้าคงคลัง  การจัดส่ง  ซึ่งครอบคลุมองค์ความรู้ทางด้านโลจิสติกส์