แนวทางปฏิบัติราชการ

 

ของ

 

นายชนินทร์  บัวประเสริฐ

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี

 

1.      บทนำ

 

ภายใต้ภารกิจหลักตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ  ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายต่าง ๆ ที่

ประกอบรัฐธรรมนูญ  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  นโยบายรัฐบาล  และการเปลี่ยนแปลงทางการ

เมือง  เศรษฐกิจ  สังคม  เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างสำคัญในขณะนี้ ได้แก่   กระแสโลกาภิวัฒน์  ประชาธิปไตย

สิทธิมนุษย์ชน  ลัทธิปัจเจกนิยมที่เกินขอบเขต  การกระจายอำนาจการปกครอง  การรวมตัวของประชาชน

องค์กรเอกชน  ภาคเอกชน เพื่อเรียกร้องสิทธิและการมีส่วนร่วมในการรับรู้และการบริหารกิจการของรัฐ การ

รณรงค์เพื่อรักษาคุณภาพและฟื้นฟู สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรม จากการใช้ที่ไม่ถูกต้อง

ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด อาชญากรรม อบายมุข การมั่วสุมและความประพฤติที่ไม่เหมาะสม ห่างเหิน

ต่อศีลธรรม ประเพณีและวัฒนธรรมอันดี ความฟุ้งเฟื้อในสิ่งที่ไม่ควรในการดำรงชีวิต ก่อให้เกิดผลเสียเป็น

ปัญหาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเด็กและเยาวชนรุนแรงมากขึ้น ปัญหาความยากจน หนี้สินเกษตรกร ราคาผล

ผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ความแห้งแล้งและสาธารณภัยที่รุนแรงมากขึ้น ความไม่เป็นธรรมจากการให้บริการ

ของรัฐ การทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ ความจำเป็นในการปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อมุ่งหวัง ให้เด็กคิด

เป็นทำกินและเติบโต เป็นทั้งคนดี คนเก่งและมีความสุข ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร และการสื่อสารที่รวดเร็วขึ้น การเรียกร้องให้เกิดธรรมรัฐและคุณธรรมในการบริหารราชการ  รวมทั้งการ

ปฏิรูประบบราชการโดยการปรับบทบาท ภารกิจและวิธีการบริหารงานของภาครัฐ ให้กระชับเหมาะสมมี         ประสิทธิภาพมากขึ้น  ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะของผู้บริหารงานในจังหวัดจึงต้องกำหนดวิสัยทัศน์  เป้าหมาย

ปรับบทบาทและกลยุทธ์ในการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะดังกล่าว

 

2.      ความคาดหวังและเป้าหมายในการปฏิบัติงาน

2.1  ความคาดหวัง

2.1.1        ประชาชนในจังหวัดมีความเป็นอยู่ดีขึ้น  มีคุณภาพชีวิตสูงขึ้น มีความปลอดภัยในชีวิต

และทรัพย์สินมากขึ้น

2.1.2        เกิดธรรมรัฐและประสิทธิภาพในการบริหารงาน ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกให้กับ

ข้าราชการทุกฝ่าย ให้บริการประชาชนอย่างมีมาตรฐาน มีคุณภาพและประชาชนพึ่งพอใจ

2.1.3        เกิดความเชื่อถือ  ศรัทธา  ความไว้วางใจ และความร่วมมือจากประชาชน องค์กรชุมชน 

องค์กรพัฒนาเอกชน  ภาคเอกชน  ผู้แทนประชาชน  หน่วยงานของรัฐ ในการพัฒนาจังหวัดและร่วมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่

2.1.4        การบริหารงานจังหวัดมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และสนอง

ตอบต่อความต้องการของประชาชน อย่างครบถ้วนและถูกต้อง

2.1.5        การบริหารงานจังหวัดเป็นเอกภาพ  มีประสิทธิภาพในการบริการประชาชน และเป็น

ศูนย์กลางการบริหารและการพัฒนาในพื้นที่

2.2  เป้าหมายในการปฏิบัติงาน

2.2.1        เร่งรัดการปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ การขจัดปัญหาความยากจน

โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์  กองทุนหมู่บ้านและชุมชน  การพักหนี้เกษตรกรและการฟื้นฟู  การป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด งานส่งเสริมสุขภาพประชาชน (30 บาท รักษาได้ทุกโรค) การเร่งรัดขจัดปัญหาทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ นโยบายการจัดระเบียบสังคม ฯลฯ

2.2.2        การบริหารงานจังหวัดมีเอกภาพในการบริหารราชการ  บริหารทั่วไปและบริหารการ

พัฒนา และมีความพร้อมที่จะจัดทำบริหารราชการแทนส่วนกลาง หรือในกิจการที่ท้องถิ่นยังไม่พร้อม

2.2.3        การบริหารงานจังหวัดมีความคล่องตัวในการบริหารงาน และสามารถแก้ไขความ

เดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์

2.2.4        เป็นผู้นำในการประสานการบริหารและการพัฒนาจังหวัด โดยการมีส่วนร่วมและ

ความร่วมมือของทุกฝ่ายในจังหวัด  ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคง สงบสุข สันติ มีการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง

2.2.5        ประชาชนได้รับบริการจากทางราชการ โดยเสมอภาค ทั่วถึง ไม่เลือกปฏิบัติ

2.2.6        ประชาชน ผู้ร่วมงานทุกฝ่าย และหน่วยเหนือ เกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจในความรู้

ความสามารถ

2.2.7        องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรประชาชน มีความเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการ

ที่ดีมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพในการบริการประชาชน  โดยประชาชนมีส่วนร่วมทั้งในการพัฒนาและการติดตามผลการปฏิบัติงาน

 

3.      กลยุทธ์ในการปฏิบัติงานและการประสานงาน

 

3.1  การทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน  ภาคเอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชน มีกลยุทธ์ในการปฏิบัติงาน

ดังนี้

3.1.1        การทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน  ผู้นำที่เป็นทางการ ได้แก่ กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  อบต.

นำกลุ่มอาชีพ  สตรีเยาวชน  ผู้นำที่ไม่เป็นทางการ ได้แก่ ผู้นำทางศาสนา  ครู  ผู้อาวุโส บุคคลเหล่านี้สามารถสนับสนุนงานของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นอย่างดี  ต้องติดต่อสัมพันธ์อย่างดีก็จะเป็นทั้งผู้ร่วมงาน  ผู้สนับสนุนและฐานข่าวสารในการทำงาน  ดังนั้น เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปในพื้นที่ก็หาโอกาสไปเยี่ยมเยียน พูดคุยทำความคุ้นเคย หรือ เปิดโอกาสให้มีการพบปะโดยสะดวก เช่น ทางโทรศัพท์ หรือ พบที่ทำงาน  แม้กระทั่งที่บ้าน ฯลฯ

3.1.2        การทำงานร่วมกับภาคเอกชน  ปกติส่วนใหญ่ภาคเอกชน คือ กลุ่มประชาชนที่รวมตัว

เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ  สังคมสงเคราะห์   การพัฒนา  หรือผู้ที่มีอาชีพเดียวกัน ได้แก่ หอการค้าจังหวัด สมาคมพ่อค้า  มูลนิธิการกุศล  ชมรมข้าราชการบำนาญ  สโมสรไลออนส์  สโมสรโรตารี่  ชมรมลูกเสือชาวบ้าน ฯลฯ  กลุ่มเหล่านี้มีศักยภาพในการส่งเสริมหรือคัดค้านงานของจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะตัวในการติดต่อสัมพันธ์เพื่อชักจูงหรือโน้มน้าวให้เกิดความร่วมมือ การสนับสนุน การทำงานเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การผังเมือง

3.1.3        การทำงานร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชน  ภายใต้กระแสประชาธิปไตย การกระจาย

อำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชนจะมีบทบาทเข้ามาทำงานกับภาครัฐเพิ่มมากขึ้น ทั้งในด้านการตรวจสอบงาน การเสนอปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และแนวทางการแก้ไขในสายตาที่แตกต่างกัน การแสดงพลังเพื่อกดดันการทำงานในรูปของการชุมนุมเรียกร้องหรือการร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือการร่วมพัฒนาพื้นที่ คน อาชีพ เพื่อสร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องทราบข้อมูลภาวะที่แท้จริงในสภาพปัญหา การเคลื่อนไหว รวมทั้งตัวบุคคล ผู้นำ พื้นที่ ช่วงเวลา และกลยุทธ์ในการทำงาน ต้องติดต่อสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดเพื่อลดข้อขัดแย้ง ขจัดปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันทำงานโดยใช้เหตุใช้ผลในการปฏิบัติ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและการใช้ความรุนแรง  ในบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือการเร่งรัดงานให้รวดเร็ว  ตรงกับการแก้ไขที่ถูกต้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเข้าร่วมแสดงความเห็นด้วย  แม้นต้องตำหนิหน่วยราชการด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นจุดยืนความถูกต้องให้เห็น เพื่อการยอมรับและผลในอนาคต ต้องสร้างทีมงานเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องในการให้คำปรึกษาหรือดำเนินการแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยด่วน

3.2  การทำงานร่วมกับวุฒิสมาชิก  ผู้แทนราษฎร และนักการเมืองท้องถิ่น ต้องตระหนักว่า วุฒิสมาชิก   

ผู้แทนราษฎร และนักการเมืองท้องถิ่น ได้แก่ สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล ฯลฯ เป็นตัวแทนของประชาชน มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย กฎหมาย บางคนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้มีอำนาจในทางการเมือง การทำงานร่วมกับวุฒิสมาชิกและผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะสังกัดพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน และนักการเมืองท้องถิ่น เท่ากับว่าได้ทำงานร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรักษาความสัมพันธ์ให้ความสำคัญและใช้ให้เป็นประโยชน์ให้ได้ โดยสร้างความร่วมมือ ความเข้าใจ การยอมรับ การมีส่วนร่วมในการทำงานด้วยการนำเสนอข้อมูล ปัญหาอุปสรรค แนวทางการแก้ไข ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาจังหวัดร่วมปรึกษาหารือขอรับทราบข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือเชิญชวนให้ร่วมปฏิบัติงานในเรื่องสำคัญ ๆ ที่มีผลประโยชน์ต่อประชาชนในส่วนรวมโดยตรง หลีกเลี่ยงความขัดแย้งทั้งในเรื่องงานหรือผลประโยชน์ต่าง ๆ แต่ต้องไม่สนับสนุนในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม ไม่ยุติธรรมหรือไม่มีคุณภาพ ทุจริตประพฤติมิชอบ รวมทั้งการเข้าหาเพื่อขอการสนับสนุนในตำแหน่งหน้าที่ที่ไม่ถูกไม่ควร

3.3  การทำงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐ แบ่งแยกกลยุทธ์ได้ดังนี้

3.3.1        หน่วยบริหารส่วนภูมิภาค  ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นผู้นำในการบริหารที่เข้มแข็ง

มีคุณธรรม โปร่งใสตรวจสอบได้ เป็นนักบริหารมืออาชีพ สร้างทีมงาน  กำหนดแนวทางในการทำงานการประสานงาน และการมอบหมายงาน ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้มีเอกภาพ และมีการบูรณาการงาน

ต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า สร้างระบบตรวจสอบผลงานและการเห็นผลความสำเร็จของงานที่เป็นรูปธรรม

 

3.3.2        หน่วยงานบริหารส่วนกลางที่มีพื้นที่ปฏิบัติงานในจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดต้อง

ประสานนำการปฏิบัติด้วยระบบข้อมูลและแผน สร้างความร่วมมือและผนึกกำลังในการพัฒนาจังหวัด การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร กำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติในเรื่องสำคัญ ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การกำหนดความสะดวกในการบริการประชาชน เรื่องราวร้องทุกข์ การกำกับและเร่งรัดการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล ฯลฯ การติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติและการประเมินความสำเร็จของงานที่เป็นรูปธรรม

3.3.3        หน่วยงานอิสระต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัด ได้แก่ หน่วยทหาร ศาล อัยการ สถานศึกษา

ระดับมหาวิทยาลัย ฯลฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสร้างสัมพันธ์ที่ดี สร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน เพื่อแสวงหาการสนับสนุนในการปฏิบัติงาน ให้งานต่าง ๆ ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี มีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันต่อสถานการณ์   ได้แก่ งานฉุกเฉิน การแก้ไขภาวะวิกฤติจากอุทกภัย ต้องขอรับการสนับสนุนจากหน่วยทหารในพื้นที่ ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ต้องขอรับการสนับสนุนจากศาลและอัยการในเรื่องการพิจารณาที่เร่งด่วน การห้ามประกันตัว การลงโทษที่เด็ดขาด การป้องกัน  การปราบปรามและการบำบัดรักษาต้องขอรับการสนับสนุนจากหน่วยทหาร งานวิชาการ ความรู้ เทคโนโลยีใหม่ ๆ การพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารให้ใช้ได้ง่าย สะดวก และกว้างขวางขึ้น รวมทั้งการประเมินผล จากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาระดับสูง

3.3.4        หน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น ปัจจุบันหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่นมีขีดความ

สามารถในการปฏิบัติงานอย่างดี เพราะมีบุคลากร  งบประมาณ  วัสดุอุปกรณ์ อำนาจหน้าที่ และพื้นที่ปฏิบัติงานที่ชัดเจน ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานให้เกิดการบริหารจัดการที่ดีและมีคุณภาพ ขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล กำกับดูแลและกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดผลต่อสาธารณชน ไม่ใช่เฉพาะเพื่อแสวงหาคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งเท่านั้น หรือเน้นหนักเฉพาะงานหรือพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ รวมทั้งส่งเสริมให้องค์กรชุมชน ประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการทำงาน

 

4.      กลยุทธ์การพัฒนาองค์กรหรือแผนการพัฒนาจังหวัด

 

ในภาพรวมที่สำคัญต้องเร่งรัดดำเนินการ ดังนี้

4.1  การสนับสนุนหน่วยปกครองท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งในการดำเนินงาน มีการบริหารจัดการที่ดี

และมีศักยภาพในการบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนในเขตรับผิดชอบอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึงและเสมอภาค มีกลยุทธ์ในการปฏิบัติ ดังนี้

4.1.1        ส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบต. และเทศบาล

ที่เกิดขึ้นใหม่ โดยพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากร พัฒนาระบบงาน พัฒนาระบบการจัดหารายได้และการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  สร้างเครือข่ายหน่วยการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้มีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานร่วมกัน สนับสนุนการถ่ายโอนภารกิจและงบประมาณของราชการบริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้การกระจายอำนาจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

4.1.2        กำกับดูแล ติดตามการปฏิบัติงาน โดยสร้างมาตรฐานการทำงาน ได้แก่ การใช้ระบบ

การวางแผนในการทำงาน การใช้ระบบข้อมูลในการบริหารงาน การประเมินความสำเร็จของงานจากผลงาน คุณภาพ ปริมาณ ระยะเวลา ความถูกต้องในระเบียบ ข้อบังคับ ความพึงพอใจของผู้รับบริการ ฯลฯ การตรวจสอบผลงานมีความจำเป็นควบคู่กับการกระจายอำนาจ เพื่อให้การทำงานของท้องถิ่นได้ไปสู่ประชาชนอย่างมีคุณภาพทั่วถึงและเสมอภาค ไม่ใช่กระจายอำนาจไปแล้วประโยชน์ไม่ถึงประชาชน แต่ไปอยู่กับผู้บริหารหรือพวกพ้อง

4.1.3        ส่งเสริมให้ประชาชน องค์กรชุมชนและประชาคมเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานของ

องค์กรปกครองท้องถิ่นในทุกระดับ ตั้งแต่การคิด การวางแผน การดำเนินงานตามแผน การติดตามผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบ ติดตามผลโครงการพัฒนาในเขตพื้นที่เพื่อประกันการพัฒนาไม่ถูกจุด ไม่โปร่งใส และความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ตั้งแต่การคิด การวางแผน การดำเนินงานตามแผน การติดตามผล

4.2  การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้คณะกรรมการนโยบายสังคม

แห่งชาติ กลยุทธ์ในการทำงาน

4.2.1        สร้างค่านิยมและจิตสำนึกของประชาชนให้ร่วมคิดร่วมทำเอง

4.2.2        ใช้ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชนต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่

4.2.3        สร้างการประสานความร่วมมือและทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่ม ทั้งที่เป็นทางการและ

ไม่เป็นทางการในชุมชน

4.2.4        ราชการเป็นเพียงผู้สนับสนุน ได้แก่ ความรู้ในการวิเคราะห์ปัญหา การเจรจาต่อรอง ฯลฯ

4.2.5        กำหนดพื้นที่เป้าหมาย เป็นหมู่บ้านที่มีความพร้อมมากที่สุด เป็นตัวอย่างทุกตำบล เมื่อ

มีประสิทธิภาพแล้วจึงขยายไปหมู่บ้านใกล้เคียงต่อไป

4.2.6        สร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งให้เกิดขึ้น

4.2.7        ผนึกกำลังทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ อบต. องค์การพัฒนาภาคเอกชนเพื่อสนับสนุน นิเทศ แนะนำ

และให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด

4.2.8        การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เป็นงานที่ต้องเกิดขึ้นโดยความเห็นด้วยและเป็น

ประโยชน์ต่อชุมชนจึงจะยั่งยืน จึงต้องทำงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องจึงจะได้ผล

4.3  ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจแบบพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานในวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2541  เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติเนื่องจากประเทศไทยเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

4.3.1        กลยุทธ์ในการทำงานและสามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้อง มีระบบข้อมูลที่ครบถ้วน

เพื่อให้ทราบความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นและสามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้อง ได้แก่ ปริมาณคนว่างงานที่เกิดขึ้นจากการเลิกจ้างในทุกหมู่บ้าน ความเคลื่อนไหวหรือความก้าวหน้าในการช่วยเหลือ ฯลฯ

 

4.3.2        ชี้แจงทำความเข้าใจทุกฝ่ายให้เห็นความสำคัญของยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจ

แบบพอเพียง ทุกขั้นตอน เพื่อแสวงหาความร่วมมือ

4.3.3        จัดทำแผนปฏิบัติการการพัฒนาเศรษฐกิจแบบพอเพียง โดยผนึกกำลังทุกส่วนราชการ

รัฐวิสาหกิจ องค์กรพัฒนาภาคเอกชน ร่วมกันปฏิบัติงาน

4.3.4        บูรณาการโครงการและกิจกรรมการพัฒนาของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ในการปฏิบัติงาน ลดความซ้ำซ้อนขั้นตอนและใช้ทรัพยากรให้เป็นประโยชน์มากที่สุด

4.3.5        สร้างความร่วมมือและเครือข่ายในชุมชนและระหว่างชุมชนขึ้นเพื่อความเข้มแข็ง

ในการแก้ปัญหาและทำงานร่วมกัน

4.3.6        มีการติดตามและประเมินความสำเร็จอย่างชัดเจน เพื่อให้แบบข้อมูลและปัญหาในการ

ปฏิบัตินำมาปรับปรุงต่อไป

4.4  การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีกลยุทธ์ในการทำงาน ดังนี้

4.4.1        ต้องรู้ปัญหาและสถานการณ์ที่แท้จริง  โดยสร้างระบบข้อมูลเพื่อป้องกันและปราบราม

ยาเสพติดของจังหวัดที่ทันสมัยและครบถ้วนถูกต้อง ให้การข่าวเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติ

4.4.2        ใช้ประชาชน ผู้นำชุมชน และองค์กรชุมชน เป็นแกนทำงานร่วมกับทั้งฝ่ายราชการ

จึงจะประหยัดทรัพยากรแรงงานมีความต่อเนื่อง

4.4.3        การเกิดปัญหากระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่  ผู้เกี่ยวข้องมีอิทธิพลและผลตอบแทนสูง  การ

ปราบปรามให้หมดไปทำได้ยาก  ดังนั้น การแก้ไขต้องเป็นขั้นเป็นตอน ในพื้นที่รุนแรงให้ลดระดับลง พื้นที่ไม่รุนแรงให้หมดไป

4.4.4        ผนึกกำลังทุกฝ่ายให้ร่วมมือปฏิบัติ ไม่ใช่งานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องร่วมมือกัน

อย่างจริงจังจึงได้ผล

4.4.5        ไม่เน้นเฉพาะการปราบปรามเท่านั้น ต้องทำควบคู่กับการป้องกัน  บำบัดรักษา และเร่ง

ประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงผลเสียของยาเสพติด

4.4.6        ให้มีการติดตามผลงานเพื่อทราบความก้าวหน้าในการปฏิบัติอย่างแท้จริง

4.4.7        หากผู้ที่ทำงานประสบความสำเร็จจะต้องได้รับการยกย่องและความดีความชอบเป็น

การตอบแทน

4.4.8        ขอความร่วมมือกับศาลและอัยการให้จัดการอย่างจริงจังเป็นไปในทางเดียวกัน เช่น

ผู้ขาย หรือผู้ผลิตยาเสพติดเป็นผู้ต้องหาร้ายแรง ห้ามประกัน หรือให้ลงโทษสถานหนัก ไม่มีการลดโทษ ฯลฯ

 

 

 

 

 

5.      ความประพฤติและการวางตัวในตำแหน่ง

 

5.1  เป็นนักบริหารมืออาชีพ  มีธรรมรัฐและคุณธรรมในการบริหารงาน ใช้เหตุผลและผลในการทำงาน

ทำงานอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน มีความคิดริเริ่มกว้างไกล คาดการณ์อนาคต

5.2  ให้ความสำคัญกับงานของรัฐบาล และงานของทุกกระทรวง ทบวง กรม

5.3  มีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง  มีภาวะสร้างสรรค์ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ดูแลช่วยเหลือแนะนำให้     

คำปรึกษาแก่ผู้ร่วมงาน

5.4  สร้างทีมงาน  กำหนดวิสัยทัศน์  ยุทธศาสตร์  วัตถุประสงค์  เป้าหมาย  และกลยุทธ์ในการทำงาน

ร่วมกัน และมอบหมายหน้าที่ให้กับรองผู้ว่าราชการจังหวัด  ปลัดจังหวัด  หัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอให้เพียงพอ เพื่อให้ปฏิบัติงานอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ และกระจายความรับผิดชอบ

5.5  ประสานสัมพันธ์ทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด โดยสร้างโอกาสในการติดต่อให้มากที่สุดและสะดวกที่สุด

เพื่อสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ การสนับสนุน และมีการแลกเปลี่ยนข่าวสารกันเป็นระยะ

5.6  ใช้ระบบข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย  ทันเหตุการณ์ ถูกต้อง ในการบริหารงาน ไม่ทำงานโดยใช้

ประสบการณ์และความเห็นของตัวเองเป็นใหญ่

5.7  ทำงานในเชิงรุกและคู่ขนาน จริงจังและต่อเนื่อง เพื่อผลสำเร็จของงาน ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงของตนเอง

เห็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

5.8  ต้องลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อได้สัมผัสประชาชนอย่างใกล้ชิด รับทราบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ

ปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนที่แท้จริงโดยตรงไปมากที่สุด โดยลงไปคลุกคลีร่วมทำ

กิจกรรมต่าง ๆ ตามประเพณี  วัฒนธรรมและศาสนา ไม่ว่าจะเป็นงานใหญ่งานเล็ก เพื่อความสัมพันธ์และกำลังใจต่อกัน

5.9  ทำตัวเรียบง่าย  ไม่ฟุ้งเฟ้อ  ไม่เป็นเจ้าขุนมูลนาย  หรือดูถูกประชาชน มีความเอื้อเฟื้อและสนใจ และ

ประชาชนผู้ด้อยโอกาส

5.10  เป็นนักประชาสัมพันธ์ ประสานสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชนทุกประเภท สร้างเวทีและโอกาส

ในการประชาสัมพันธ์ เช่น ร่วมรายการทางสถานีวิทยุเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบข่าวสาร ขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามงานที่สำคัญ และเปิดโอกาสให้ประชาชนส่งข่าวสารมาให้อย่างกว้างขวางด้วย

5.11  สนใจและติดตามสถานการณ์บ้านเมือง  ความรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ กฎหมาย ข่าวสารความเคลื่อนไหว

ต่าง ๆ ข้อคิดเห็นของคณะรัฐมนตรีและผู้บังคับบัญชาระดับสูง  ผู้นำประเทศ  ผู้รู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อมาประกอบการทำงาน และหากเห็นว่าเป็นประโยชน์ต้องเผยแพร่ให้ผู้ร่วมงานและประชาชนได้ทราบ

 

 

 

6.      วิสัยทัศน์ในการปฏิบัติงาน

 

1.      เป็นนักบริหารมืออาชีพที่มีธรรมรัฐในการบริหารงาน ใช้หลักคุณธรรม หลักนิติธรรม มีความโปร่งใส

ในการทำงาน  ทำงานโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  สร้างสรรค์การมีส่วนร่วมของประชาชน มีความคิดริเริ่มกว้างไกลที่จะคาดการณ์อนาคตได้อย่างดี ถูกต้อง  ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในส่วนรวม

2.      เป็นผู้นำในการประสานการปฏิบัติของทุกฝ่าย  ทั้งภาคราชการส่วนภูมิภาค  ส่วนกลาง  ส่วนท้องถิ่น

รัฐวิสาหกิจ  ตัวแทนประชาชน  องค์กรประชาชน  ภาคเอกชน  ในจังหวัดเพื่อบริหารราชการและพัฒนาจังหวัดให้เป็นไปตามนโยบายและแผน  มุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตอบสนองความต้องการของประชาชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

3.      ส่งเสริม  สนับสนุน ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการที่ดี มีคุณธรรม 

มีคุณภาพในการปฏิบัติงาน และมีศักยภาพในการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนในเขตรับผิดชอบได้อย่างทั่วถึงและเสมอภาพ ภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชนและองค์กรชุมชน

 

7.      บทสรุปและข้อเสนอแนะ

 

การเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดีแตกต่างจากผู้บริหารหน่วยงานปกติ  ซึ่งบริหารงานหน่วยงานและคน

ในสำนักงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเท่านั้น  ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องบริหารทั้งงานที่รับผิดชอบเช่นเดียวกัน  นอกจากนี้ยังต้องทำงานกับราษฎรในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้รับบริการจากรัฐ  เพื่อให้มีความสงบสุขสันติ  มีคุณภาพชีวิตและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  ต้องบริหารพื้นที่ให้มีการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่  และมีความยั่งยืนมั่นคง  ดังนั้น  ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องมีความรู้ทางรัฐศาสตร์  เพื่อความเข้าใจในเรื่องอำนาจ การได้มาและศิลปในการใช้อำนาจเพื่อให้เกิดการยอมรับ  ความรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์  เพื่อสร้างภาวะผู้นำ  การสร้างทีมงาน  ระบบข้อมูลที่ทันสมัยแม่นยำ  การมอบหมาย การติดต่อสื่อสาร การควบคุมและติดตามประเมินผล  ความรู้ทางนิติศาสตร์ เพื่อให้เข้าใจหลักกฎหมายและการใช้กฎหมายที่เป็นธรรมต่อส่วนรวม และความรู้ทางเศรษฐศาสตร์การพัฒนาต่าง ๆ เพื่อกระจายทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดต่อหมู่ประชาชน  รวมกับความสามารถที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์ในการทำงานเพื่อประสานทุกฝ่ายให้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล  กระทรวง  ทบวง  กรม  ได้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายไปด้วยดี และบังเกิดผลดีต่อประชาชนในส่วนรวม  งานของผู้ว่าราชการจังหวัดคือ ตัวแทนของรัฐบาลในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติงานในพื้นที่ งานของทุกกระทรวง  ทบวง  กรม ในพื้นที่ และการเป็นตัวแทนของราษฎรในพื้นที่เพื่อปัญหาและความต้องการของประชาชนให้หน่วยเหนือได้รับทราบ

 

……………………………