"น้ำรำ" เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

 
     
                      กินเที่ยว...เมืองละโว้  ขอเปิดคอลัมน์ด้วยเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ  มากด้วยคุณค่าและความหอมหวาน   
                      หลายคนคงมองหาเครื่องดื่มง่ายๆ ที่สามารถทำดื่มเองได้ที่บ้าน  หรือบางคนกำลังมองหาอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวอยู่  ผู้เขียน  
  ขอแนะนำเมนูเด็ด คือ น้ำรำ ท่านอาจสงสัยว่า...รำหมู...คนรับประทานได้หรือ? ขอตอบว่า...ได้ค่ะ แถมมีคุณค่าทางโภชนาการมากอีกด้วยนะคะ  น้ำรำที่จะ  
  กล่าวถึงต่อไปนี้เป็นความคิดริเริ่มของนางอัจฉรา โพธิมูล ชาวบ้านหมู่ 13 ต.บางคู้ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี โดยเริ่มจากการที่คุณอัจฉรานั้นชอบอ่านหนังสือและ ได้  
  ไปเจอหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับตำราอาหารของโบราณจึงได้เกิดความสนใจเมนูน้ำรำนี้  คุณอัจฉรากล่าวว่า  ผู้เขียนตำราเป็นถึงนายแพทย์เชียวนะคะและ  
  ได้เขียนถึงวิธีการทำน้ำรำอย่างละเอียด อีกทั้งกล่าวว่า ในสมัยโบราณนั้นน้ำรำเป็นเครื่องดื่มที่ใช้ต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยือน  คุณอัจฉราจึงลองทำดูบ้างเพราะ  
  ในหมู่บ้านบางคู้นั้นมีโรงสีข้าวซึ่งมีรำข้าวที่มีคุณภาพดีด้วย  
                  รำข้าวของโรงสีหมู่บ้านบางคู้ มีลักษณะที่แปลกไปจากโรงสีข้าวอื่นๆ เนื่องจากมีรำละเอียดที่มีความละเอียดมาก เป็นฝุ่นผงสีขาวนวล  ส่วนรำ  
  หยาบที่เราจะนำมาทำน้ำรำนี้ หยาบกว่ารำละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจะมีคุณภาพดีเพราะเป็นการขัดเอาคุณค่าจากเมล็ดข้าวออกมา ฉะนั้นนอกเหนือจาก  
  ประโยชน์ที่ข้าวแล้ว เราจึงได้ประโยชน์ต่างๆ มากับรำข้าวด้วย  
                        ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสถึงวิธีการทำน้ำรำซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ต้องอาศัยความอดทน ใจเย็น เพื่อให้ได้น้ำรำที่กลิ่นหอม รสชาติหวาน  
  ชุ่มคอ ส่วนรำข้าวที่ใช้นั้นต้องเป็นรำใหม่ หรือถ้าได้รำจากข้าวหอมมะลิยิ่งดีเพราะจำทำให้กลิ่นหอมชวนดื่มยิ่งขึ้น  รำที่นำมาทำนั้นผู้เขียนแนะนำให้ใช้รำ  
  หยาบเนื่องจากจะอุดมไปด้วยคุณค่าค่ะ  
                        วิธีทำ  เริ่มจากนำรำหยาบมาคั่วด้วยไฟอ่อนๆ คั่วจนรำมีสีเหลืองและมีกลิ่นหอม  แล้วยกลงใส่จานไว้หาฝาปิดให้มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นละออง   
  จากนั้นตั้งหม้อน้ำเชื่อมปริมาณเท่าที่ต้องการแล้วชิมความหวานตามชอบ  เมื่อน้ำเชื่อมเดือดจึงยกลงมาตั้งไว้รอจนกว่าน้ำเชื่อมจะอุ่น  แล้วนำรำที่คั่วไว้มาคน  
  ให้เข้ากัน (ถ้าใส่รำในขณะน้ำเดือดจะทำให้น้ำรำขุ่นไม่น่าดื่ม) จากนั้นทิ้งไว้สักพักเพื่อให้รำตกตะกอน  แล้วจึงกรองด้วยผ้าขาวบางหลายๆ ครั้ง จนกว่าน้ำ  
   จะใส เป็นอันเสร็จวิธีการทำน้ำรำ (ถ้าจะดื่มให้ชื่นใจล่ะก็  เตรียมน้ำแข็งไว้ด้วยนะจ้ะ รับรองว่าสดชื่นแน่นอนค่ะ)  
                        คุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ วิตามิน บี1 - บี 6 กรดโฟลิก ไบโอติน วิตามินอีและเกลือแร่ต่างๆ ได้แก่ โซเดียม เหล็ก โปแตสเซี่ยม แคลเซี่ยม  
  แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง สังกะสี กำมะถัน คลอไรด์  เป็นเรื่องน่าเสียดายที่คนไทยไม่นิยมนำรำข้าวมารับประทานเพราะนอกจากวิตามินต่างๆ แล้ว  
  ยังให้พลังงาน รักษาโรคเหน็บชา ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานดีขึ้น ระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อสัมพันธ์กัน จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมหมูจึงชอบ...  
                        ปัจจุบันนี้น้ำรำจึงกลายเป็นเครื่องดื่มขึ้นชื่อของหมู่บ้านบางคู้ไปเสียแล้ว และจะทำเฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น เช่น การต้อนรับคณะดูงาน  
  และเทศกาลประเพณีของหมู่บ้าน  เรียกได้ว่าเป็นดาวเด่นของงานก็ว่าได้  ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์หมู่บ้าน โรงสี และสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอีกด้วย  
                   ถ้าผู้อ่านสนใจเครื่องดื่มนี้ ติดต่อได้ที่ นางอัจฉรา โพธิมูล เจ้าของสูตร บ้านเลขที่ 42 หมู่13 ต.บางคู้ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี หรือหมายเลข  
  โทรศัพท์ 0-3662-2681 จำหน่ายเพียงขวดละ 5 บาทเท่านั้น   
                        สนับสนุนภูมิปัญญาไทย เป็นกำลังใจในการสรรค์สร้างสิ่งที่ดีออกสู่สังคม  
         
  วิธีทำน้ำรำ      
         
 

 
   
   
   
 

1. เตรียมรำและน้ำตาล

2. คั่วรำให้เหลืองแล้วยกลงพักไว้ 3. ต้มน้ำเชื่อมแล้วตั้งไว้ให้อุ่น  
         
 

 
   
   
   
  4. นำรำคั่วผสมกับน้ำเชื่อมอุ่น 5. กรองน้ำรำให้ใส 6. น้ำรำบรรจุขวด  
         
         

จัดทำและพัฒนาโดย

กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร  สำนักงานจังหวัดลพบุรี
ศาลากลางจังหวัดลพบุรี  ชั้น 4  ถนนนารายณ์มหาราช  อำเภอเมืองลพบุรี  จังหวัดลพบุรี  15000
โทร./โทรสาร 0 3641 1384  มท. 19122 , 19143
E-mail : lopburi@moi.go.th